kichagood-pluang

[จันทบุรี] นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ ปี 2558

สวัสดีครับ เว็บไซต์เดินป่า trekking.in.th นำข่าวมาฝากครับ กับ งานนมัสการปิดทองพระพุทธบาทเขาคิชฌกุฏ สำหรับปี 2558 ทางจังหวัดจันทบุรี ได้กำหนดวันเปิดให้พุทธศาสนิกชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกุฏ โดยจะมีการบวชชีพราหมณ์ วันที่ 5 ม.ค. ถึง 9 ม.ค. 2558 บวงสรวง ปิดป่า – เปิดงาน วันที่ 17 ม.ค. 2558 และเปิดนมัสการฯ วันที่ 19 ม.ค. ถึง 19 มี.ค. 2558

kichagood-pluangยอดเขาคิชฌกูฏ ที่เค้าว่ากันว่าอยู่สูงเทียมเมฆนั้น เป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย ทุกๆปี ในช่วงที่เปิดให้มีการขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทนั้น จะมีผู้คนจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย ต่างเดินทางมายังยอดเขาแห่งนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะมาสักการะแผ่นหิน ซึ่งเชื่อกันว่าพระพุทธองค์ทรงมาประทับรอยพระบาทไว้ ด้วยความศรัทธาและความเชื่อในอานิสงส์ที่แรงกล้า ว่ากันว่าใครที่ได้นมัสการรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ถือเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวและชีวิต ขออะไรจะได้อย่างนั้น เห็นแบบนี้แล้วต้องลองไปขอกันสักครั้ง

การเดินทางมายังเขาคิชฌกุฏ จันทบุรี

ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
ติดต่อ 0-3945-2075, 0-3945-2437, 0-3930-9281

ส่วนการเดินทางหลายๆ ท่านคงทราบกันดีเพราะอาจจะเคยไปมากันแล้ว โดยเส้นทางหากมาจากกรุงเทพฯ เส้นบูรพาวิถี สายบางนา-ตราด ลงด่วนบูรพาวิถีมา ออกเลี่ยงเมืองชลบุรี มาเรื่อยๆ เมื่อถึงแยกทางซ้ายไปบ้านบึง หรือจันทบุรี ก็เลี้ยวซ้ายออกมาเลย จากนั้นตรงยาว 100 กว่าโลครับ ผ่านบ้านบึง ผ่านถนน 331 ผ่านหนองใหญ่ แกลง จะมาเจอแยกสามย่าน ก็เลี้ยวซ้ายมา ตรงไปเรื่อยๆ ประมาณเกือบๆ 100 กิโล จะเจอแยกใหญ่เขียนว่าซ้ายเข้า เขาคิชฌกูฏ มาตามทางได้เลยครับ เชื่อว่า รถเยอะแน่นอน ขับขี่ปลอดภัยกันนะครับ

ปล. แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเว็บ trekking.in.th ด้วย เกี่ยวแน่นอนครับ เพราะการที่เราจะขึ้นไป นมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกุฏ นั้น ทำได้โดยทั้งนั่งรถ 4×4 ขึ้นไป และเดินต่อไปถึงยอด หรือเดินเท้าเข้าป่า ตั้งแต่แรกเริ่มก็ได้ครับ ปีนี้ ผมตั้งใจไว้ว่า จะเดินขึ้นไปสักครั้งหนึ่ง เพราะเคยนั่งรถขึ้นไปแล้ว เลยอยากเดินบ้าง (หาเรื่องเหนื่อยแท้ๆ) แล้วเจอกันครับกับ นมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกุฏ ปี 2558

khao-khieo-sun-nork-wua

การเตรียมตัวเดิน เขาสันหนอกวัว กาญจนบุรี

เขาสันหนอกวัว เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี มีระดับความสูงที่ 1,767 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ทางเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี ในแนวเทือกเขาเขียว ที่เป็นป่าฝั่งตะวันตกของพื้นที่อุทยานฯ มีส่วนที่ติดต่อกับพื้นที่ป่าในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร จึงมีความเป็นธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ สภาพป่ามีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และยังคงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ คำว่าสันหนอกวัว มาจากลักษณะของยอดเขาที่นูนออกมา รูปร่างคล้ายกับส่วนที่เป็นสันนูนบนหลังของวัว ที่เรียกว่าโหนก หรือหนอก

khao-khieo-sun-nork-wuaเขาเขียว สันหนอกวัว เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินป่าขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติ และชมทัศนียภาพจากบนยอดเขา การเดินทางขึ้นเขานั้นจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อนำทางไปยังจุดที่สามารถตั้งแคมป์ได้ การเดินทางจะเริ่มจากเจ้าหน้าที่ขับรถนำไปยังจุดเริ่มเดินเข้าไปในป่า บริเวณเชิงเขาหัวโล้น ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ จากนั้นต้องใช้การเดินเท้าขึ้นไปบนยอดเขา ​ที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ นำทางไปเท่านั้น ระยะทางจากด้านล่างไปยังจุดตั้งแค้มป์ ประมาณ​ 9 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง ไม่สามารถเดินทางไปกลับได้ภายในวันเดียวได้ จะต้องพักค้างแรม กางเต็นท์นอนบนเขา

การเดินทางขึ้นเขาควรเดินเกาะกลุ่ม ไม่ทิ้งห่างกันมาก ไม่เดินแยกไปตามลำพัง และควรเชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพราะการเดินป่าแห่งนี้ไม่มีเส้นทางให้เห็นชัดเจน อาจหลงป่า หรือเกิดอันตรายได้ การขึ้นเขาไปยังสันหนอกวัว สามารถขึ้นได้ตลอดทั้งปี ช่วงหลังหน้าฝน เริ่มเข้าหน้าหนาว เป็นช่วงที่เหมาะกับการเดินขึ้นเขา และจะได้เห็นหมอกบนยอดเขา หน้าฝนการเดินขึ้น-ลงเขา อาจจะลำบากกว่าลื่น เปียกแฉะ ควรสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ล่วงหน้า

ข้อแนะนำและการเตรียมตัวเดินป่า เขาสันหนอกวัว

  • ผู้ที่ต้องการพิชิตยอดเขาเขียว สันหนอกวัว ควรจะมีความพร้อมทางด้านร่างกายเป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องเข่า และขา เพราะเป็นการเดินขึ้นเขาสูงชัน
  • ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย ควรใส่ปลอกแขน หรือเสื้อแขนยาว หญ้าหรือกิ่งไม้บาด ใส่กางเกงที่สบาย ไม่คับเกินไป ไม่ควรใส่ยีนส์ หรือขาสั้น รองเท้าไม่ควรคับเกินไป
  • ควรเตรียมอุปกรณ์เดินป่าที่จำเป็นไปให้พร้อม เช่น ไฟฉาย ยาทาแผล และอื่นๆ โดยเฉพาะยากันยุง แมลง และทาก
  • ควรเตรียมน้ำดื่ม และอาหารไปให้เพียงพอ
  • ควรนำสัมภาระเท่าที่จำเป็นไปเท่านั้น เพราะเป็นการเดินทางระยะไกลเป็นเวลาเกือบครึ่งวัน รวมถึงมีเส้นทางที่เป็นการขึ้นเขาชัน
  • ควรเชื่อฟังเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่เดินออกนอกเส้นทาง หรือเดินทางตามลำพัง
  • ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง และลูกหาบล่วงหน้า เพราะมีการจำกัดนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปบนเขาด้วย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม 
หมู่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 71240 โทร. 034-546819

แล้วพบกันครับ ที่เขาสันหนอกวัว กาญจนบุรี เร็วๆนี้

nytrip

ทริปเดินป่า พิชิตภูกระดึง 14-16 พย 2557

เริ่มต้นบทความแรกกับการเดินป่า ด้วยการมาพิชิตภูกระดึงกันครับ ได้ฤกษ์งามยามดีว่างตรงกันหมด กับการเตรียมตัวเที่ยวภูกระดึงปี 2557 นี้ ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มจากเดิมรวมทั้งทริปแล้ว 10 คน คงจะครึกครื้นน่าดู(ปีที่แล้ว 2556 มีแค่ 4 คน) โดยมีการเตรียมตัวเที่ยวภูกระดึง 2557 ดังนี้ครับ

การเตรียมตัวลุย ภูกระดึง ปี 2557

  • กำหนดระยะเวลาเที่ยวคือ วันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2557 หรือ 3 วัน 2 คืน เริ่มออกเดินทางจาก ชลบุรี
  • เนื่องจากช่วงนี้กลางเดือนพฤศจิกายน ที่ภูกระดึงน่าจะหมดฝนไปสักระยะแล้ว ปัญหาเรื่องทากคงจะมีน้อยจึงคิดว่า คงไม่ต้องเตรียมถุงกันทากไปครับ แต่ก็ต้องระวังเอาไว้ก็ดี
  • การจัดของไปในครั้งนี้ คงจะเน้นเรื่องรองเท้าและเสื้อผ้าที่ใส่สบาย กางเกงขาสั้นแบบลุยๆ และกางเกงใส่นอนสบายๆ โดยจะไปหนักเอาส่วนของกล้อง เลนส์ และขาตั้งกล้องซะมากกว่า
  • เตรียมเงินไปประมาณ 3-4,000 บาท เผื่อไปเที่ยวเชียงคานต่อ
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาดม ยาหม่อง ยาแก้ปวด หรือยาสามัญประจำตัว
  • หมวกสำหรับบังแดด เสื้อกันหนาว(มันจะหนาวมั๊ยเนี่ย)
  • Power Bank 13000 mAh สำหรับชาร์จแบตไอโฟน

มาเริ่มเดินกันเลย ขอต้อนรับสู่ เส้นทางพิชิตภูกระดึง

Phukadung-2014-42เริ่มเดินขึ้นภูกระดึง ต้องบอกว่า ทางขึ้นนั้นไม่ใช่ง่ายๆ แล้วไปชันเอาทีหลังนะ แต่มันชันและโหดตั้งแต่ซำแรกเลย ซำแฮก

ออกเดินทางเวลา 8 โมงเช้าครับ ไปเรื่อยๆ ชิลๆ คิดไว้ว่าจะไปกินข้าวที่ซำแฮก

Phukadung-2014-43อันนี้ต้องบอกว่าโหดจริงครับ สำหรับการเริ่มต้น เหนื่อยและท้อ แต่ก็ยังเหลือเส้นทางอีกเยอะให้เดินต่อไป อิอิ

Phukadung-2014-44ทางชันมาก เดินมากิโลหน่อยๆ ใกล้ถึงซำแฮกแล้วครับ จะได้พักกินข้าวสายๆ ก็ซำแฮกนี้แหละ

Phukadung-2014-4มาพักที่ร้านนี้ครับ ซ้ายมือร้านแรก ทำข้าวหมูกระเทียมอร่อยได้ใจ

Phukadung-2014-5น่ากินมาก หรือเพราะหิวก็ไม่รู้

Phukadung-2014-3นี่ครับ พ่อค้า

Phukadung-2014-1และเมนูเพียบเลย ข้าวของเริ่มแพงขึ้นจากราคาปกติที่ด้านล่าง

Phukadung-2014-2คราวหน้าว่าจะลองกินเมนูนี้ดู ออกเดินทางต่อครับ เสียเวลาไปเกือบชั่วโมง ได้พักเต็มอิ่มไปเลย

Phukadung-2014-6เดินตามทางไปเรื่อยๆ คราวนี้สบายกว่าซำแฮก แต่ก็มีชันบ้าง เรียบบ้าง สลับกันไป

Phukadung-2014-7ขั้นบันไดเยอะหน่อย ช่วยลดภาระของหัวเข่าได้บ้าง

Phukadung-2014-8ช่วงนั้น ต้นไม้ข้างทาง เขียวขจี สดใส สดชื่นมากๆ ครับ ปลายฝน ต้นหนาว

Phukadung-2014-9Phukadung-2014-10ในทุกๆ ซำของที่ภูกระดึง จะมีของขายตลอด ไม่ต้องกลัวว่าจะหิว หรือขวนขวายหาน้ำ ที่นี่เตรียมแค่เงินมาก็พอครับ (สำหรับของกินนะ)

Phukadung-2014-11เดินทางต่อ ไปเจอต้นไม้ล้มเลยถ่ายรูปซะหน่อย (ปรมจารย์ของผมเองครับ)

Phukadung-2014-12เดินไปเรื่อยๆ ขอข้ามเหตุการณ์ต่างๆ และขึ้นไปถึงยอดที่หลังแปเลยนะครับ..อิอิ

Phukadung-2014-13แชะภาพร่วมกัน สำหรับชาวคณะทริปนี้ ถึงหลังแปประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ ครับ

Phukadung-2014-14จากหลังแป ต้องเดินมาอีกประมาณ 3.5 กิโล ไปยังวังกวางซึ่งเป็นจุดกางเต๊นท์ครับ โดยสองข้างทาง จะเป็นป่าสนแบบนี้แหละครับ สวยงาม และสดชื่น และก็ร้อนด้วยเช่นกัน

Phukadung-2014-15แต่โชคดีที่มีเมฆเยอะ แดดเลยไม่ค่อยมี ทำให้การเดินเป็นไปด้วยความสนุกสนาน

Phukadung-2014-16ถ้าเจอต้นนี้กลางทาง แสดงว่ามาถึงครึ่งค่อนทางแล้วครับ เดินต่อไปอีกหน่อย

Phukadung-2014-17เจ้าหน้าที่บอก ฝนเพิ่งหยุดตกเมื่อคืน

Phukadung-2014-18โค้งสุดท้ายก่อนถึงวังกวางครับ

Phukadung-2014-19ถึงซะที วังกวาง สถานที่พักของเรา ถึงเวลาประมาณ บ่ายสองโมงกว่าๆ ติดต่อเจ้าหน้าที่เรื่องเต๊นท์นอน ที่พัก ผ้าห่ม หมอน ให้พร้อม เข้าที่พัก ล้างหน้าล้างตา หาไรกินตามอัธยาศัยครับ

Phukadung-2014-20ตกเย็นสัก 5 โมง ผมเดินไปยังผาหมากดูก ระยะทางประมาณ 2.8 กิโล เพื่อไปถ่ายพระอาทิตย์ตก แต่ไม่ทัน โชคดี ยังล่าช้างเผือกมาได้ 1 โขลง ตัวใหญ่ๆ ครับ (มือใหม่หัดถ่ายช้าง) แล้วเดินกลับมากินข้าวและนอนหลับปุ๋ยที่เต๊นท์ประมาณ 4 ทุ่มครับ

Phukadung-2014-21วันรุ่งขึ้น ออกเดินทางเวลา 10 โมงเช้า ซึ่งสายมากเพราะกว่าจะออกจริงๆ ก็เกือบ 11 โมง ไปเที่ยวน้ำตกถ้ำใหญ่ครับ คนเยอะเหมือนกัน เซลฟี่ตัวเองมา 1 ช็อต

Phukadung-2014-22จากนั้นก็เดินย้อนกลับมาหน่อย เพราะจะไม่ไปทางสระอโนดาด แต่ย้อนกลับมาเข้าทางสระแก้ว ซึ่งจะรัดไปที่ผานาน้อยครับ ลักษณะเป็นทุ่งกว้างขวางมาก พักที่ผานาน้อยสักพัก กินข้าว กินน้ำ ก็รีบเดินต่อ เพราะจะเย็นแล้ว

Phukadung-2014-23ระหว่างทาง ก็เก็บภาพบรรยากาศมาตลอด

Phukadung-2014-24Phukadung-2014-25Phukadung-2014-26ใกล้ถึงแล้ว ผาหล่มสัก เป้าหมายของทุกการเดินทางครับ

Phukadung-2014-27เมื่อมาถึง ต้องพบกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เต็มหน้าผาไปหมด (อดถ่าย ณ จุดยอดนิยมเลย T T) แต่ก็ทันได้มานั่งดูพระอาทิตย์ตกครับ

Phukadung-2014-28คู่รักประจำทริป ผ่านพ้นไปได้ คงไม่มีอะไรขวางกั้นความรักได้อีกแล้ว (หลายคนกล่าวไว้ว่า พาแฟนมาภูกระดึง เลิกกันทุกราย 555+)

nytrip ถ่ายรูปรวมกันอีกสักรอบ แต่ไม่ได้จุดที่เป็นไฮไลต์

Phukadung-2014-29ต้องรอคนกลับเกือบหมด ถึงได้ถ่ายที่จุดนี้ครับ ช่วงนั้นเวลา หกโมงเย็นกว่าๆ แล้ว คนเริ่มทยอยกลับกันหมด (กินข้าวกันที่ผาหล่มสัก) พวกในกลุ่มอยากกลับกันแล้ว แต่ผมก็ขออยู่ต่อ เพื่อจะถ่ายช้างเผือก ณ จุดที่เป็นไฮไลต์ของภูกระดึง ซึ่งทุกคนก็รอ (ซึ้งใจมาก ถ้ากลับคนเดียว คงไม่กล้าเหมือนกัน 55+) แล้วก็ได้ภาพที่ต้องการมาครับ

Phukadung-2014-30Phukadung-2014-31ภาพอาจจะไม่เพอเฟ็ค หรือสวยงามมากมายอะไร แต่เป็นครั้งแรกที่ได้ถ่าย และได้ฝึกในสถานการณ์จริง แค่นี้ก็ประทับใจมากแล้ว (ถ่ายจนลืมไปว่ามันหนาวมากๆ ครับ ณ เวลานั้น)

และกลุ่มเราก็เดินทางกลับไปที่เต๊นท์ด้วยเวลา 19:30 ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้ายของที่นี่เลย ทางเจ้าหน้าที่อุทยาน โทรมาบอกให้รีบกลับ เพราะจากนี้ไป มันเป็นเวลาที่ช้างป่าออกหากิน อันตรายเอามากๆ ระหว่างเดินกลับ ตามร้านค้าต่างๆ ก็ขึงลวด และเตรียมปล่อยกระแสไฟฟ้า กันไม่ให้ช้างเข้ามาทำลายข้าวของ แต่ยังดีที่เค้ารอกลุ่มเรา ไม่งั้น อาจเดินไปถูกลวด ไฟช็อตเอาได้ 55+

เราเดินกันอย่างเร่งรีบมาก เงียบและมืดมาก มีกันอยู่ 10 คนสุดท้ายจริงๆ ต้องบอกเลยว่า มันน่ากลัวตรงที่ลุ้นว่า ช้างมันจะออกมาหรือป่าวนี่แหละ ผมเดินถึงที่พักเวลา 21:30 ครับ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงเศษๆ นั่งคุยกันถึงเที่ยงคืน แล้วก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

Phukadung-2014-32วันรุ่งขึ้น รีบตื่น รีบเคลียร์ของที่จะให้ลูกหาบ หาบลงไป (ควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่วันขึ้นมาว่าเราจะลงวันไหน เค้าจะได้เตรียมลูกหาบให้เราถูกครับ)

Phukadung-2014-33Phukadung-2014-34ติดต่อ คืนของที่นี่แดดร้อนมาก แล้วก็หนาวมากเช่นกัน

Phukadung-2014-35เรียงกันเป็นตับเลย เสร็จแล้วก็ไปหาไรกินก่อนลงครับ

Phukadung-2014-36ปาท่องโก๋จิ้มนม + กาแฟสักแก้ว อากาศเย็นๆ เท่านี้ก็ฟินแล้วครับ

Phukadung-2014-37ร้านดวงเดือน (เจ๊เดือน) เจ๊แกช่วยหลายๆ เรื่องเลยครับ ตั้งแต่มารอบแรก รอบนี้ก็เลือกใช้บริการเจ๊เดือน ใครขึ้นไป ก็อุดหนุนแกได้นะครับ เรื่องขอความช่วยเหลือ เจ๊แกช่วยเต็มที่ครับ อิอิ

Phukadung-2014-38หลังจากกินเสร็จ ก็เดินดูของฝาก

Phukadung-2014-41โปสการ์ดและเสื้อที่ระลึก สวยๆ ทั้งนั้น

Phukadung-2014-39ระหว่างเดินทางกลับ ขามาไม่ได้ถ่ายเดี่ยวๆ เลย ขากลับก็เอาซะหน่อย แอ็คได้เต็มที่ เพราะไม่มีคนเลย

Phukadung-2014-40บอกให้โลกรู้ว่า กรูมาแล้วโว้ยยยยยยยยยยย… แล้วก็เดินลง ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงเศษๆ ครับ แต่ค่อนข้างเจ็บหัวเข่า และเจ็บปลายเล็บอย่างมาก

ทริปนี้ต้องบอกเลยว่า ประทับใจที่ได้มาภูกระดึงทุกครั้ง และยังมีโอกาสได้เห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่า ได้มาเที่ยวกับสมาชิกกลุ่มใหม่ๆ ได้มีโอกาสเหนื่อย ได้ถ่ายรูป ได้รับลมหนาว (แต่ยังไม่โดนทากกัด) ปีหน้า ถ้ามีโอกาส อาจจะได้มาอีกครั้งสำหรับภูกระดึง อาจจะเป็นครั้งสั่งลาก่อนสร้างกระเช้าลอยฟ้าครับ

ขอบคุณที่ติดตาม แล้วเจอกันบทความหน้าครับ